รองเท้าเซฟตี้ รองเท้าsafety รองเท้าหัวเหล็ก รองเท้านิรภัย

พร้อมส่วนลดมากมาย ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง

  มีเจ้าหน้าที่แนะนำ 24 ชั่วโมง

  ราคาส่ง ไม่มีขั้นต่ำ

  ซือจากผู้นำเข้าโดยตรง 

รองเท้าเซฟตี้เหมาะกับงานทุกงาน

รองเท้าเซฟตี้ของเราเหมาะกับทุกงาน และทุกอุตสาหกรรม ใช้งานได้ทุกประเภท

รองเท้าเซฟตี้แบบต่าง

รวมรองเท้าทุกรุ่น

ที่สวมเซฟตี้ VISITOR GUARD

฿250.00

รวมรองเท้าทุกรุ่น

รองเท้าบูทยางหัวเหล็ก สีขาว

฿420.00
฿480.00฿550.00
฿480.00฿550.00

Brand ที่เราจำหน่าย

ประสบการณ์มากกว่า 20 ปี

สินค้าครบวงจร ประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ราคาถูกและดี เราคือผู้นำเข้าตัวจริง มีที่ ถูก ครบ จบ ดี ติดต่อที่นี่ที่เดียว

ดูสืนค้าทั้งหมด

Download สินค้าทั้งหมด

มาทำความรู้จัก ว่าทำไมต้องซื้อกับเรา รู้จักเราให้มากขึ้น เราอยากให้เป็นคู่ค้ากันยาวๆ ราคาถูกและดี

กดเพื่อ Download

สินค้าแนะนำ

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat.

สมัครเป็นตัวแทนขาย

เรากำลังมองหาตัวแทนจำหน่าย สมัครได้เลย 

  • สินค้ามีให้เลือกหลากหลาย
  • สินค้าพร้อมส่งตลอด
โอกาสมาแล้ว

สมัครเป็นตัวแทน

เหตุผลที่สูกค้าซื้อสินค้าเรา

ดูผลงานต่างๆ

สินค้าคุณภาพสูง ในราคาจับต้องได้ 

– Mr. Jiggapong T.

 

ส่งมอบไว มั่นใจในการบริการ 

– Ms. Wannapa J.

Friendly price and good service.

– Harry Johnson

Staffs are really nice, products good.

– Amy Easton

รออะไรติดต่อเราสิ

ติดต่อเราทาง Line ได้ 24 ชั่วโมง

สามารถดูสินค้าเซฟตี้ต่างๆได้บริษัทในเครือ

ความสำคัญของรองเท้าเซฟตี้

รองเท้าเซฟตี้มีความสำคัญในหลายอุตสาหกรรม เช่น การก่อสร้าง, การผลิต, และอุตสาหกรรมเคมี ซึ่งทุกอุตสาหกรรมเหล่านี้มีสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดอันตรายต่อเท้าได้ เช่น การตกของวัตถุหนัก, การสัมผัสกับสารเคมี, หรือการเหยียบย่ำบนพื้นที่มีความเสี่ยง เช่น เลื่อยหรือกระจก รองเท้าเซฟตี้ออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองจากอันตรายเหล่านี้ โดยมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น พื้นที่ทนต่อการลื่น, หัวเหล็กที่ป้องกันการกระแทก, และวัสดุที่ทนต่อการเจาะทะลุ 

การเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะสม

การเลือกรองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย ได้แก่:

  1. หัวรองเท้า: ควรเลือกหัวรองเท้าที่มีวัสดุทนทาน เช่น หัวเหล็กหรือหัววัสดุคอมโพสิต ซึ่งสามารถป้องกันการกระแทกจากวัตถุที่ตกลงมา
  2. พื้นรองเท้า: ควรเลือกพื้นรองเท้าที่ทำจากวัสดุที่ไม่ลื่น ช่วยให้เดินบนพื้นเปียกหรือมันได้อย่างมั่นคง
  3. วัสดุที่ใช้: ควรเลือกวัสดุที่ทนทานต่อการเจาะทะลุ และสามารถป้องกันการเข้าถึงของสารเคมีหรือของเหลวที่อาจทำให้เกิดอันตราย
  4. การออกแบบ: ควรเลือกรองเท้าที่มีการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายเมื่อใส่ใช้งานนาน ๆ อาจมีการใส่แผ่นรองเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลและการระบายอากาศที่ดี

มาตรฐานและการรับรอง

รองเท้าเซฟตี้ควรได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรที่ได้รับการยอมรับ เช่น ASTM ในสหรัฐอเมริกา หรือ ISO ระดับโลก การรับรองเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่ารองเท้าเซฟตี้ที่ใช้นั้นผ่านการทดสอบและสามารถให้ความคุ้มครองตามมาตรฐานที่กำหนด

การดูแลรักษารองเท้าเซฟตี้

การดูแลรักษารองเท้าเซฟตี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพ ควรทำความสะอาดรองเท้าอย่างสม่ำเสมอและตรวจสอบสภาพก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ารองเท้ายังคงมีคุณสมบัติการป้องกันที่ดีและปลอดภัยในการใช้งาน

การใช้รองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณปลอดภัยจากอันตรายในการทำงานเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสบายใจมากขชน.

คำถามต่างๆ ที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเท้าเซฟตี้

รองเท้าเซฟตี้คือรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อให้การป้องกันเท้าจากอันตรายต่างๆ ในสถานที่ทำงาน เช่น การกระแทก, การเจาะ, และสารเคมี.

ใส่เพื่อป้องกันเท้าจากการบาดเจ็บหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง.

มาตรฐานที่รู้จักกันดี ได้แก่ ASTM (สหรัฐอเมริกา) และ ISO (ระดับนานาชาติ).

ใช่, มีรองเท้าเซฟตี้ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไฟฟ้าสถิต ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการสะสมไฟฟ้า.

  1. Q: รองเท้าเซฟตี้ต่างจากรองเท้าปกติอย่างไร?
    A: รองเท้าเซฟตี้มีคุณสมบัติเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันเท้า ส่วนรองเท้าปกติไม่มีคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้.

  2. Q: รองเท้าเซฟตี้สามารถป้องกันการลื่นได้ไหม?
    A: ใช่, รองเท้าเซฟตี้ส่วนใหญ่มีพื้นที่ทนต่อการลื่นเพื่อช่วยให้เดินบนพื้นที่เปียกหรือลื่นได้อย่างปลอดภัย.

  3. Q: ควรเปลี่ยนรองเท้าเซฟตี้ทุกกี่ปี?
    A: แนะนำว่าควรเปลี่ยนทุก 6-12 เดือนหรือเมื่อมีสภาพชำรุดที่อาจทำให้ลดประสิทธิภาพการป้องกัน.

  4. Q: รองเท้าเซฟตี้สามารถกันน้ำได้ไหม?
    A: บางรุ่นออกแบบมาให้กันน้ำ แต่ไม่ใช่ทุกรุ่น ควรตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนการซื้อ.

  5. Q: ควรเลือกหัวรองเท้าแบบไหน?
    A: ควรเลือกตามความต้องการเฉพาะ เช่น หัวเหล็กสำหรับการป้องกันการกระแทกหนัก, หรือหัววัสดุคอมโพสิตสำหรับความเบาและฉนวนไฟฟ้า.

  6. Q: วิธีการดูแลรักษารองเท้าเซฟตี้อย่างถูกวิธีคืออย่างไร?
    A: ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอและเก็บในที่แห้งและไม่มีแสงแดดโดยตรง.

  7. Q: รองเท้าเซฟตี้ที่มีหัวเหล็กสามารถจับสัญญาณโลหะได้หรือไม่?
    A: หัวเหล็กในรองเท้าเซฟตี้อาจทำให้จับสัญญาณโลหะได้ หากต้องการหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้ ควรเลือกหัววัสดุคอมโพสิตแทน.

  8. Q: วัสดุอะไรบ้างที่ใช้ในการผลิตรองเท้าเซฟตี้?
    A: วัสดุที่ใช้รวมถึงหนัง, ยาง, โพลียูรีเทน และวัสดุคอมโพสิตต่างๆ ซึ่งแต่ละวัสดุมีคุณสมบัติเฉพาะในการป้องกัน.

  9. Q: ความแตกต่างระหว่างรองเท้าเซฟตี้สำหรับผู้ชายและผู้หญิงคืออะไร?
    A: รองเท้าเซฟตี้สำหรับผู้หญิงมักออกแบบมาให้เล็กและเบากว่า และอาจมีดีไซน์ที่แตกต่างจากผู้ชายเพื่อให้เหมาะกับลักษณะทางกายภาพ.

  10. Q: รองเท้าเซฟตี้มีน้ำหนักเท่าไร?
    A: น้ำหนักของรองเท้าเซฟตี้แตกต่างกันไปตามวัสดุและการออกแบบ โดยทั่วไปน้ำหนักอาจอยู่ระหว่าง 500 ถึง 1200 กรัมต่อรองเท้า.

  11. Q: รองเท้าเซฟตี้สามารถปรับแต่งได้หรือไม่?
    A: มีบางแบรนด์ที่เสนอตัวเลือกการปรับแต่ง อาทิ การเลือกหัวรองเท้า, วัสดุ, หรือการออกแบบพิเศษ.

  12. Q: รองเท้าเซฟตี้ช่วยให้เดินสบายขึ้นได้อย่างไร?
    A: รองเท้าเซฟตี้ออกแบบมาให้มีแผ่นรองเท้าภายในเพื่อความสบาย และอาจมีระบบรองรับการกระแทกเพื่อลดความเมื่อยล้า.

  13. Q: มีรองเท้าเซฟตี้ที่มีความสวยงามและทันสมัยไหม?
    A: ใช่, ปัจจุบันมีรองเท้าเซฟตี้หลายแบบที่ออกแบบมาให้ทันสมัยและดูดี โดยยังคงรักษาความปลอดภัย.

  14. Q: รองเท้าเซฟตี้ทำจากหนังมีข้อดีอย่างไร?
    A: หนังเป็นวัสดุที่ทนทานและมีความยืดหยุ่น ช่วยให้รองเท้ามีอายุการใช้งานนานและสามารถป้องกันจากสิ่งแวดล้อมต่างๆได้ดี.

  15. Q: ควรเก็บรักษารองเท้าเซฟตี้อย่างไรเมื่อไม่ใช้งาน?
    A: ควรเก็บในที่แห้งและอากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงการเสื่อมสภาพของวัสดุ.

  16. Q: มีรองเท้าเซฟตี้ที่ออกแบบมาสำหรับสภาพอากาศเย็นโดยเฉพาะไหม?
    A: ใช่, มีรองเท้าเซฟตี้ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศเย็น มีคุณสมบัติในการรักษาความอบอุ่นและให้การยึดเกาะที่ดีบนพื้นที่เป็นน้ำแข็งหรือหิมะ.